• 1
  • OSSTEM1
  • 3
  • 4
vpdentalbangkok4
vpdentalbangkok4

รากฟันเทียมอักเสบ เกิดจากอะไร มีวิธีป้องกันอย่างไร?

การทำรากฟันเทียม เป็นการรักษาเพื่อใส่ฟันทดแทนในช่องปากชนิดหนึ่ง สำหรับกรณีที่มีการสูญเสียฟันแท้ไป ซึ่งมีหลายขั้นตอนและวิธีการทำค่อนข้างซับซ้อน อาจจะใช้ระยะเวลาการทำนานกว่าฟันปลอมแบบอื่นๆ เพราะ ต้องมีช่วงเวลาที่ต้องรอ ประมาณ 2-3 เดือน ให้รากฟันเทียมที่ฝังไปยึดติดกับกระดูกให้ดีเสียก่อนที่จะทำครอบฟันบนรากฟันเทียมเพื่อใช้งานได้ แต่การทำรากฟันเทียมเรียกได้ว่าคุ้มค่าที่สุดในบรรดาวิธีการทดแทนฟันแท้ทั้งหมด เพราะ รากฟันเทียมเป็นฟันปลอมชนิดที่สามารถใช้งานบดเคี้ยวได้ใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติมากที่สุด และอยู่กับเราไปได้นานกว่าฟันปลอมแบบอื่นๆ หากใช้งานและดูแลรักษาอย่างถูกวิธี อย่างไรก็ตามมีคนไข้บางเคสที่ประสบปัญหารากฟันเทียมอักเสบ ทำให้ต้องเสียเวลาแก้ไข เสียค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนในราคาที่ไม่ใช่น้อย รากฟันเทียมอักเสบเกิดจากอะไร มีวิธีป้องกันอย่างไร วันนี้ผู้ที่ทำรากฟันเทียมต้องรู้ หมอจะนำข้อมูลมาแบ่งปันครับ

รากฟันเทียมอักเสบเกิดจากอะไร

แม้ว่ารากฟันเทียมจะเป็นชุดอุปกรณ์ที่ทำมาจากวัสดุอย่างไทเทเนียม ทำงานได้เหมือนรากฟันแท้ของเราจริง และไม่เกิดการผุ แต่รากฟันเทียมอาจเกิดการอักเสบได้เช่นเดียวกับรากฟันแท้ การอักเสบเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ระหว่างทำรากฟันเทียมและหลังทำรากฟันเทียม ซึ่งสาเหตุหลักอยู่ 3 ข้อมีดังต่อไปนี้

รากฟันเทียมอักเสบเกิดจากขั้นตอนการรักษา

เกิดจากความไม่เชี่ยวชาญของทันตแพทย์ ทำให้ข้อผิดพลาดในการรักษา ดังนั้นก่อนเข้ารับการรักษา การเลือกทันตแพทย์มีความสำคัญมาก ควรศึกษาและเลือกทันตแพทย์ที่มีความชำนาญเท่านั้น เพื่อป้องกันการฝังรากเทียมเบี้ยว ไม่ตรงตามแนวฟัน การฝังรากเทียมหลวม จนเกิดรากฟันเทียมอักเสบ เกิดผลข้างเคียงจากการรักษา ระหว่างผ่าตัดเกิดข้อผิดพลาดไปทำลายเส้นประสาทจนส่งผลต่อฟันและเหงือกบริเวณรอบๆ อาจเกิดอาการปวด มีความรู้สึกชาบริเวณฟันซี่อื่นๆในช่องปาก เกิดการติดเชื้อ เป็นหนอง ฟันเทียมโยก หากเกิดเหตุการณ์ดังที่กล่าวไป ควรรีบเข้าพบทันตแพทย์เพื่อการรักษา

รากฟันเทียมอักเสบที่เกิดจากการดูแลผิดวิธีระหว่างการรักษา

หลังจากแพทย์นัดฝังรากเทียมแล้ว ระหว่างการรอให้รากเทียมยึดติดกับกระดูกขากรรไกร เพื่อติดตั้งครอบฟันในขั้นตอนถัดไป หรือแม้ติดตั้งครอบฟันไปแล้วก็ตาม รากเทียมอาจเกิดการอักเสบได้จากการดูแลตนเองที่ผิดวิธีของคนไข้ เช่น การดื่มเหล้า สูบบุหรี่จัด การกัดแทะ บดเคี้ยวของแข็งบริเวณที่ทำรากฟันเทียม เกิดการกระทบกระเทือนที่รุนแรง จนเกิดการอักเสบบริเวณเหงือกรอบรากฟันเทียม เพราะรากเทียมที่เพิ่งทำมาต้องอาศัยระยะเวลาให้เข้าที่ดีเสียก่อน หากไม่ปฏิบัติตนตามคำแนะนำของแพทย์ อาจเกิดรากฟันเทียมอักเสบขึ้นได้

รากฟันเทียมอักเสบที่เกิดจากการละเลยจากดูแลสุขภาพช่องปาก

หลังทำรากฟันเทียมไปแล้ว หากคนไข้ยังไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ ติดนิสัยเดิมคือละเลยการดูแลสุขภาพช่องปาก ทั้งการไม่ดูแลทำความสะอาดให้ดีพอ การใช้รากฟันเทียมกัดแทะอาหารอย่างรุนแรง ใช้ฟันเคี้ยวอาหารแรงเกินไป หรือเกิดการกระทบกระเทือนฟันรุนแรงเป็นประจำ การนอนกัดฟัน การสูบบุหรี่ พฤติกรรมต่างๆที่เคยทำให้สูญเสียฟันแท้ หากละเลยไม่ใส่ใจและไม่ปรับปรุงพฤติกรรมให้ดีขึ้น รากฟันเทียมที่ทำใหม่ไปก็อาจเกิดปัญหาได้เช่นเดียวกัน

วิธีป้องกันการเกิดรากฟันเทียมอักเสบ

รากฟันเทียม ทำหน้าที่ทดแทนรากฟันแท้ของเรา วิธีดูแลรากฟันเทียมก็เปรียบเสมือนการดูแลฟันแท้ของเราเอง ซึ่งมีวิธีป้องกันไม่ให้เกิดรากฟันเทียมอักเสบ ดังต่อไปนี้

  • ควรเลือกรักษากับทันตแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง โดยมีประสบการณ์ในการทำเคสรากฟันเทียมที่หลากหลาย ตั้งแต่เคสซี่เดี่ยวๆจนไปถึงเคสรากฟันเทียมทั้งปาก เพราะ ทันตแพทย์ที่มีประสบการณ์จะสามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม และมีทักษะและวิธีผ่าตัดได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ ลดปัญหาการผิดพลาดของการผ่าตัด วิธีเลือกทันตแพทย์สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ บทความทำรากฟันเทียมที่ไหนดี แนะนำวิธีเลือกคุณหมอทำรากฟันเทียมที่ทำให้คุณรักษาฟันได้อย่างมั่นใจ
  • งดดื่มเหล้า สูบบุหรี่ตลอดระยะเวลาที่เข้ารับการรักษา และควรงด ละ เลิกหลังการเข้ารับการรักษา
  • ไม่กัดแทะหรือขบเคี้ยวของแข็ง เช่น กระดูกอ่อน น้ำแข็ง ถั่วเปลือกแข็ง ที่อาจทำอันตรายต่อฟันและรากฟันเทียม
  • หลีกเลี่ยงการกระทบกระเทือนบริเวณปากซึ่งอาจจะส่งผลกระทบบริเวณฝังรากเทียม เช่น การต่อยมวย เป็นต้น
  • หลังการผ่าตัดสัปดาห์แรกควรรับประทานอาหารอ่อนๆ หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ร้อนจัด
  • รับประทานยาแก้อักเสบ ยาบรรเทาอาการปวดตามทันตแพทย์สั่ง
  • ทำความสะอาดอย่างทั่วถึงและเบามือด้วยการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันเหมือนการดูแลฟันแท้
  • ควรศึกษาวิธีขั้นตอน วิธีการดูแลตนเองก่อนและหลังการรักษารากเทียมเพื่อปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้อง และปฏิบัติตามคำแนะนำจากทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • ไปตามนัดติดตามอาการของทันตแพทย์ทุกครั้ง
  • พบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอทุก 6 เดือน เพื่อตรวจเช็คสุขภาพช่องปากเป็นประจำ

รากฟันเทียมอักเสบส่งผลเสียอย่างไร

หากปล่อยให้เกิดการอักเสบของรากฟันเทียม รากฟันเทียมโยก จำเป็นต้องถอนออก อาจส่งผลเสียต่อการรักษา ทำให้การรักษาด้วยรากฟันเทียมล้มเหลว เมื่อฝังรากเทียมไม่ได้หรือปล่อยทิ้งไว้ให้อักเสบเป็นเวลานาน อาจจะทำให้ฟันข้างเคียงเอียงล้ม กระดูกที่รองรับรากเทียมละลาย จนไม่สามารถฝังรากเทียมใหม่ได้ หรือไม่สามารถปลูกกระดูก ฝังรากเทียมได้อีก ซึ่งทำให้คนไข้ทั้งเสียเงินและเวลาในการรักษามาก

เพื่อป้องกันไม่ให้รากฟันเทียมอักเสบ สิ่งแรกที่ควรทำคือคนไข้ควรเลือกแพทย์ที่มีความชำนาญเฉพาะทางด้านรากฟันเทียมจริงๆ และคนไข้ควรปฏิบัติตนตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงปัจจัยที่ก่อให้เกิดรากฟันเทียมอักเสบ การป้องกันดีกว่าแก้ไขเสมอ เพราะการทำรากฟันเทียมเป็นวิธีการรักษาที่ยั่งยืนและเรียกคืนรอยยิ้มของคุณได้อย่างมั่นใจมากที่สุด เพราะฉะนั้นมาดูแลรากฟันเทียมอย่างถูกวิธีกันนะครับ