รากฟันเทียมหลายยี่ห้อต่างกันอย่างไร?
รากฟันเทียม หลายยี่ห้อ แตกต่างกันอย่างไร
คำถามนี้อาจจะเป็นคำถามในใจคนไข้หลายๆท่านที่กำลังหาข้อมูล เพื่อเลือกวัสดุในการทำการรักษาให้กับตัวเอง ผมจะขอตอบสั้นๆ ตามประสบการณ์การทำงานมากว่า 15 ปี ของผม เพื่อเป็นข้อมูลในการช่วยตัดสินใจนะครับ
ก่อนอื่นผมต้องขอบอกก่อนว่า รากฟันเทียมคือวัสดุทางการแพทย์ชนิดหนึ่ง ที่มีบริษัทผู้ผลิตขายอยู่หลากหลายมาก ในปัจจุบันตามสถิติที่ผมทราบคือมีมากกว่า 200 ยี่ห้อ ซึ่งในทางทันตกรรมเราจะเรียกว่า “ระบบ หรือ system” หลักการพื้นฐานนั้นแทบไม่ต่างกันคือการใช้โลหะไทเทเนียมเกรดทางการแพทย์ คือ เกรด 4 เกรด 5 และ เกรด 23 ซึ่งมีคุณสมบัติเข้ากันได้กับเนื้อเยื่อมนุษย์ โดยหน้าที่หลัก คือ เอื้อต่อการยึดเกาะของกระดูกขากรรไกรบนพื้นผิวของรากเทียมครับ ในแง่ของความแตกต่างของแต่ละระบบ หากจะเทียบกับสิ่งของอื่น ๆ เรามักจะเทียบกับยานพาหนะ เช่น รถยนต์ คือเป็นสิ่งที่พาเราจากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่งได้เหมือนกัน แต่เทคโนโลยีของแต่ละบริษัท ก็จะมีความแตกต่างกันไปในรายละเอียดครับสำหรับวัสดุทางการแพทย์ หรือ รากฟันเทียมนั้นก็เช่นกัน ต่างบริษัท ก็ต่างเทคโนโลยี บริษัทที่ใหญ่ๆ ก็จะมีทีมการวิจัยที่เข้มข้น และน่าเชื่อถือ ทำให้มีต้นทุนการผลิตที่สูงกว่า บริษัทเล็กๆ หรือบริษัทที่เพิ่งก่อตั้งใหม่ ยังไม่มีผลการวิจัยเป็นที่ยอมรับในระยะยาวก็มีราคาที่ย่อมเยากว่า นอกเหนือจากนั้น คือ ความน่าเชื่อถือของบริษัทผู้ผลิต ในแง่ของการตลาด การบริหาร ขนาดของธุรกิจ และการมีศูนย์จำหน่ายทั่วโลกครับ
จากประสบการณ์ของหมอเองที่ทำงานในด้านนี้ ได้เคยพบกับคนไข้จำนวนมากทั้งในและต่างประเทศที่ได้รับการฝังรากฟันเทียมมา บางเคสก็ได้ทำมาจากที่อื่นเป็นระยะเวลานานแล้ว เมื่อมาถึงหมอด้วยการเกิดปัญหาอะไรบางอย่างที่ต้องได้รับการแก้ไข เช่นการเปลี่ยนครอบฟัน เปลี่ยนสกรู หรือการเปลี่ยนอะไหล่ของตัวยึดฟันปลอม แต่คนไข้ไม่สามารถระบุระบบของรากเทียมที่ตัวเองทำมาได้ ไม่สามารถติดต่อหมอเดิมได้ หรือสามารถระบุได้ แต่กลับเป็นระบบรากเทียมที่เลิกผลิตไปแล้ว หรือเป็นระบบเล็กๆ ที่ไม่ได้มีแพร่หลายทั่วโลก พอเจอปัญหาแบบนี้หมอก็ไม่สามามารถทำอะไรให้ได้เลย เพราะ รากเทียมแต่ละระบบต้องใช้อะไหล่และเครื่องมือ ของระบบนั้นๆ เองครับสำหรับคลินิกทันตกรรม วีพี เด็นทัล สุขุมวิท 103 ตัวผมเองได้เลือกใช้ระบบรากฟันเทียมระบบที่ผมมีความมั่นใจในปัจจัยต่าง ๆ ข้างต้นที่ได้กล่าวมาแล้ว รวมถึงอัตราประสบความสำเร็จของเคสที่ผมสังเกตจากประสบการณ์การรักษาของผมมา ดังนั้นคนไข้ของผมไม่ต้องกังวลในเรื่องของอะไหล่ที่อาจจะต้องได้ใช้ในระยะยาวครับ
รากฟันเทียม ที่คลินิกของเรา มียี่ห้ออะไรบ้าง
ผลิตภัณฑ์รากฟันเทียมที่ผมเลือกใช้ในคลินิกส่วนตัวของผมนะครับ พอผมตัดสินใจเปิดคลินิกของตัวเองแล้วโจทย์หนึ่งที่เป็นโจทย์ใหญ่ของผมคือ ผมจะเลือกใช้รากเทียมระบบไหนให้กับคนไข้ที่ผมต้องดูแล ปัจจัยหลักในการเลือกเลย คือ ความมั่นใจในคุณภาพ และความน่าเชื่อถือของบริษัทผู้ผลิตครับ ในห้วงเวลา 15 ปีที่ผมทำงานเฉพาะด้านรากฟันเทียมมา ผมได้มีประสบการณ์การทำงานกับรากฟันเทียมระบบต่าง ๆ เยอะแยะมากมากมาย ทั้งที่มีขายในเมืองไทยและยังมีขายอยู่ หรือระบบที่เคยมีขายในเมืองไทยแต่ตัวแทนเลิกนำเข้าไปแล้ว และระบบที่ไม่มีขายในเมืองไทย แต่คนไข้ย้ายมารักษาต่อจากต่างประเทศ แต่เป็นโชคดีของบ้านเราครับที่เรามีตัวแทนจำหน่ายรากฟันเทียมเจ้าใหญ่ๆ ของโลกอยู่เกือบครบทุกระบบ
รากฟันเทียมส่วนใหญ่ในตลาดปัจจุบันเป็นรากฟันเทียมที่คุณภาพดีครับ คือ ยึดติดกระดูกได้แน่นอน แต่ผลระยะยาว นี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ใช่เพียงเพราะตัววัสดุเอง แต่เป็นเพราะ วิธีการรักษา และปัจจัยทางชีวภาพในช่องปากของแต่ละบุคคลนั้นด้วย ผมตัดสินใจเลือกรากเทียมระบบที่ผมมั่นใจจากประสบการณ์การรักษาที่ผ่านมา รวมทั้งเป็นระบบที่มีขายทั่วโลกซึ่งมั่นใจได้ว่าหากคนไข้ท่านไหนต้องย้ายถิ่นที่อยู่ หรือเดินทางมารักษาจากต่างประเทศ หมอฟันทั่วโลกต้องรู้จักรากเทียมเหล่านี้ครับ
1.Straumann รากเทียมยอดขายอันดับต้นๆ ของโลก ผลิตจากสวิสเซอร์แลนด์ เป็นรากเทียมที่มีเทคโนโลยีโดดเด่นที่เนื้อโลหะมีความแข็งแรงสูง โอกาสเกิดการแตกของรากฟันเทียมน้อย รวมทั้งยังมีรุ่นรากฟันเทียมชนิดพิเศษ SLActive ที่ให้การยึดเกาะกับกระดูกได้เร็วและเป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูง เหมาะกับเคสที่คุณภาพกระดูกหนาแน่นน้อย และเคสที่ต้องการรีบใส่ฟันให้เสร็จงานไวๆ ครับ
2.Biohorizons รากเทียมจากประเทศอเมริกา เป็นรากฟันเทียมเก่าแก่ และได้รับความนิยมในแถบอเมริกาติดอันดับ 1 ใน 3 ซึ่งมีเทคโนโลยีในการสร้างพื้นผิวของรากเทียมด้วยแสงเซอร์ ทำให้พื้นผิวมีความ Friendly ต่อเนื้อเยื่อกระดูกและเหงือกมากเป็นพิเศษ เนื้อโลหะเป็น Alloy ชนิดพิเศษที่มีความแข็งสูง ระบบนี้เป็นระบบแรกๆ ที่ผมได้ใช้เมื่อ 10 ปีที่แล้วครับ และก็ยังใช้อยู่ เพราะความถนัดและความมั่นใจในคุณภาพครับ
คลิกที่นี้เพื่อพิมพ์ข้อความระบบ
3.Osstem รากเทียมเจ้าใหญ่ที่สุดของทวีปเอเชีย และติดอันดับขายดี Top 5 ของโลก ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1997 ถ้านับอายุของบริษัท ก็จะถือว่าเป็นน้องใหม่ เมื่อเทียบกับอีก 3 ระบบด้านบน แต่คุณภาพถือว่าไม่เป็นรอง ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายครับ บริษัทนี้มีฐานการผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย โดยใช้ชื่อระบบ Hiossen บริษัทนี้อยู่ในตลาดเมืองไทยมามากกว่า 10 ปี และมีสถาบันการสอนรากฟันเทียมให้กับทันตแพทย์ไทย ที่เป็นที่ยอมรับมานาน ซึ่งตัวผมเองก็ได้รับหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของผู้อำนวยการหลักสูตร Training ดังกล่าวครับ